ฝากขายบ้านผ่านนายหน้า อสังหาฯ ดีอย่างไร?


ฝากขายบ้านผ่านนายหน้า อสังหาฯ ดีอย่างไร?


ฝากขายบ้านผ่านนายหน้า อสังหาฯ ดีอย่างไร?

.

1. เพิ่มช่องทางการหาผู้ซื้อหรือผู้เช่าง่ายขึ้น / การทำตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์

การใช้บริการนายหน้าเท่ากับผู้ขายกำลังพร้อมจับมือผู้ที่ต้องการซื้อบ้านนับไม่ถ้วนให้เข้ามาดูบ้านของคุณ แถมยังถูกนำเสนออย่างถูกต้องและสวยงามอีกด้วยเพราะนายหน้าจะมีช่องทางในการทำการตลาดทั้งออนไลน์ ออฟไลน์

.

2. มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา / มีลูกค้าอยู่ในมือ / มีความรู้ด้านสินเชื่อ

นายหน้าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์อย่างมืออาชีพ ความรู้ ความเชี่ยวชาญซึ่งจะช่วยให้คำปรึกษาในทุกเรื่องของการขาย จึงมั่นใจได้แน่นอนว่าเมื่อไรที่บ้านเข้าสู่การขายของนายหน้าแล้ว บ้านของผู้ขายจะต้องขายได้อย่างแน่นอน

.

3. ได้ราคาตามที่ต้องการ / อัพเดทดอกเบี้ยธนาคาร / เพิ่มมูลค่าบ้าน / การเจรจาต่อรอง

นายหน้ามีความรู้ด้านการขอสินเชื่อ คอยดูแล อัพเดทราคาดอกเบี้ยของแต่ละธนาคาร และให้บริการผู้ที่สนใจซื้อบ้านมือสองโดยเฉพาะ

.

4. สามารถเลือกผู้ซื้อเองได้

นายหน้าสามารถวิเคราะห์ ลูกค้าใหม่ รวมถึงมีวิธีโน้มน้าวใจที่จะสามารถรับมือลูกค้าได้และคัดสรรผู้ซื้อให้คุณได้อย่างแน่นอน

.

5. ประหยัดเวลา / มีอิสระ

นายหน้าจะช่วยแบ่งเบาภาระและประหยัดเวลาของเราได้มาก

.

6. หมดห่วงเรื่องเอกสารและขั้นตอนต่าง ๆ / ไว้วางใจได้

หมดห่วงเรื่องปัญหาการทำสัญญาและขั้นตอนต่าง ๆ ให้คำปรึกษาและเป็นตัวแทนเราในการเจรจาต่อรองได้เป็นอย่างดี

.

7. จ่ายค่าตอบแทนเมื่องานจบเท่านั้น

จะจ่ายค่าตอบแทนนายหน้า หรือค่าคอมมิชชั่นให้กับนายหน้าก็ต่อเมื่อมีผู้ซื้อมาทำสัญญาซื้อ-ขายเรียบร้อยแล้ว เป็นข้อดีที่ไม่ต้องจ่ายเงินก่อน

.

ปัจจุบันนายหน้ามีมากมายหลากหลายประเภทในการซื้อ-ขาย อสังหาฯ ก่อนที่ผู้ขายจะใช้บริการฝากขายบ้านกับนายหน้า ควรศึกษาหาข้อมูลของนายหน้าคนนั้นหรือบริษัทนั้นๆ ให้ดีเสียก่อน เพื่อให้เราสามารถอยู่ในอาชีพนี้ได้อย่างยั่งยืน


เครดิตบทความจาก https://kctathailand.com/

มีหนี้บัตรเครดิตอยู่หลายใบ จ่ายตรงตลอด แต่ไม่มีหลักทรัพย์ จะกู้ผ่านมั้ย?


มีหนี้บัตรเครดิตอยู่หลายใบ จ่ายตรงตลอด แต่ไม่มีหลักทรัพย์ จะกู้ผ่านมั้ย?.


จากลักษณะของคำถาม ดูเหมือนว่า คุณอยากจะรู้ว่า ทำยังไงให้กู้ผ่าน ทั้งๆที่ยังมีหนี้บัตรอยู่ ใช่มั้ยละครับ


เอาล่ะ..เรามาตัดตรงเข้าสู่ประเด็นกันเลยดีกว่า


ถึงคุณจะไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่คุณพอจะทำได้อยู่เหมือนกันครับ


อย่างแรกเลยคือ คุณต้องแสดงให้ทางธนาคารเห็นว่า คุณมีความสามารถในการชำระหนี้คืนกับธนาคาร


ซึ่งสิ่งที่จะช่วยในเรื่องนี้ได้ ก็คือ "บัญชีเงินฝาก" นั่นเอง


คุณอาจที่จะต้องมีเงินฝากในบัญชีธนาคารให้มากเข้าไว้ จะเป็นบัญชีแบบไหนก็ได้ แต่ขอให้มีเงินเข้าไว้เป็นพอ


และต่อมา สิ่งที่คุณควรทำ ก็คือ "การลดจำนวนบัตรเครดิตให้เหลือเพียงใบเดียว"

 

เพราะว่าหนี้บัตรเครดิตทั้งหมด ธนาคารจะนับรวมเป็นยอดผ่อน ซึ่งจะหักจากรายได้ของคุณ


ดังนั้น ยิ่งคุณมีบัตรเครดิตมากเท่าไหร่ ก็อาจจะถูกธนาคารมองได้ว่า คุณมีภาระหนี้สูงจนไม่อาจขอสินเชื่อผ่านได้


ด้วยประการละฉะนี้


การลดวงเงินบัตรเครดิตทั้งหมดลง ก็จะทำให้คุณมีโอกาสที่จะถูกอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น


หากคุณมียอดหนี้เดิมอยู่หลายก้อน ทางออกที่จะทำให้คุณปิดบัตรได้ง่าย และเร็วที่สุด เพื่อที่จะทำให้คุณมีวงเงินการกู้ที่มากขึ้น


ก็คือการรีไฟแนนซ์หนี้ก้อนเดิมทั้งหมด เอามารวมให้เป็นก้อนใหม่ก้อนเดียว 


และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น คุณควรใช้เงินก้อนโปะยอดหนี้ทั้งหมดเท่าที่จะทำได้ร่วมไปด้วย


ที่แนะนำให้ทำแบบนี้ ก็เพื่อลดจำนวนเงินต้นที่ค้างอยู่ให้น้อยลง และนั่นจะทำให้คุณได้วงเงินสินเชื่อบ้านเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย


เพียงสองสามอย่าง จากคำแนะนำนี้ น่าจะพอช่วยให้คุณได้เห็นแนวทาง ในการกู้บ้านของคุณ ให้ได้วงเงินสูงมากขึ้นแล้วนะครับ


สำหรับบทความนี้ คงต้องพอกันแต่เพียงแค่นี้ก่อน


แล้วพบกันในบทควมถัดไปครับ

เงินเดือนของเราจะสามารถกู้ซื้อบ้าน คอนโด ได้เท่าไหร่?


เงินเดือนของเรา จะสามารถกู้ซื้อบ้าน/คอนโด ได้เท่าไหร่?


สำหรับคำถามนี้ ถ้าตอบกันแบบตรงไปตรงมาก็ต้องบอกว่า "ไม่รู้ครับ"


เพราะเงินเดือนของแต่ละคน มันไม่เท่ากันนี่ จริงมั้ยครับ? 555


แต่ไหนๆก็มากันถึงนี่แล้ว ผมจะให้วิธีคิดคำนวนแบบง่ายๆ ไว้เป็นเครื่องมือให้คุณหาคำตอบได้เอง แบบไม่ว่าจะเงินเดือนเท่าไหร่ คุณก็จะสามารถคิดได้เองสบายๆ


เหมือนกับว่า คุณเป็นนายธนาคารยังไงหยั่งงั้นเลยครับ


ก่อนอื่น...เราต้องรู้กติกาการปล่อยกู้ ของสถาบันทางการเงินเค้าก่อนครับ


ซึ่งเค้ามีกฏเหล็กอยู่ข้อนึงครับ คือ เค้าสามารถให้ผู้กู้แบกรับการผ่อนชำระได้ไม่เกิน 40% ของรายได้ 


ซึ่งถ้าสมมุติว่า...


คุณมีเงินเดือนอยู่ที่ 20,000 บาท ทางสถาบันการเงินจะมองว่า 


คุณจะมีความสามารถในการผ่อนชำระอยู่ที่ 12,000 บาทต่อเดือน


ซึ่งตามค่าเฉลี่ยทั่วไปราคาบ้านหรือคอนโดที่ 1 ล้านบาท จะมียอดผ่อนอยู่ที่ประมาณ 7,000 บาทต่อเดือน


ดังนั้น


ถ้าเราเอานำค่าเฉลี่ยนี้มาคำนวนกับอัตราการผ่อนชำระ 40% ของเงินเดือน 20,000 บาท


ก็จะได้สูตรคำนวนง่ายๆออกมาประมาณนี้ครับ


(อัตราผ่อนชำระ 40% ของเงินเดือน X  1 ล้าน /7,000 ) = ยอดกู้สูงสุด


ถ้าคิดตามโจทย์ของเรา คือ เงินเดือน 20,000 บาท ก็จะได้โจทย์ตัวเลขตามนี้ครับ

(12,000x 1 ล้าน/7,000) = 1,714,000 (ตัวเลขกลมๆ)


นั่นหมายถึงว่า


จำนวนเงินกู้สูงสุดที่คุณจะสามารถกู้ได้ก็คือ 1,714,000 บาท นั่นเอง


เป็นยังไงครับ น่าจะพอคำนวนด้วยตัวเองแบบคร่าวๆได้แล้วนะ


ทีนี้ใครจะได้เงินเดือนเท่าไหร่ ก็ลองคิดตามสูตรนี้กันได้เลย


หมดปัญหาไม่ต้องกังวลใจ เวลาที่จะไปกู้ซื้อบ้าน/คอนโดอีกแล้วละ


วันนี้แค่พองามนะครับ ไว้พบกันใหม่ ในบทความถัดไปครับ

รู้มั้ย…กู้ซื้อบ้านยังไง ให้ผ่านแบบ 100%


รู้มั้ย..กู้ซื้อบ้านยังไง ให้ผ่านแบบชิลๆ


อืมม..เหมือนเป็นคำถามที่หาคำตอบอยู่เหมือนกันนะ! 


แต่ก็แน่นอนครับ เราก็มีคำตอบให้อยู่แล้วละ


ก่อนอื่นเลย ถ้าจะคุยกันเรื่องนี้ให้แจ่มแจ้งแล้วละก็ ผมอยากชวนคุณให้มาลองคิดในมุมนี้ดูครับ


เมื่อมีใครสักคนมาขอยืมเงินเรา...คุณจะให้เค้ามั้ย?


ถ้าคุณจะให้ยืม...คุณคิดว่าเพราะอะไรครับ?


แล้วที่ไม่ให้ละ...เพราะอะไร?


ก็นั่นละครับ...คล้ายๆกันเลย กับเวลาที่เราไปกู้เงินซื้อบ้าน/คอนโด กับทางธนาคาร


เหตุผลที่เค้าจะให้ยืมหรือไม่ อนุมัติหรือไม่ ก็คือ


เค้าจะได้คืนมั้ย? แล้วคนๆนั้น มีกำลังพอทีจะคืนเงินได้มั้ย?


ไม่ใช่ว่าเงินเดือนแค่ 10,000   บาท แต่อยากจะมากู้เงินสัก 100,000,00 บาท


เป็นคุณ...คุณคิดว่าจะได้คืนมั้ยล่ะครับ?


เป็นยังไงบ้างครับ? ประเด็นนี้เคลียร์นะ


เรื่องนี้เราเข้าใจตรงกันแล้วนะครับ ว่าการที่เราจะไปยืมเงิน กู้เงินกับใครเค้า สิ่งแรกที่เค้าจะมองก็คือ 


"คุณมีความสามารถพอที่จะคืนได้มั้ย?"


และมันต้องไม่ใช่การยืนยันกันด้วยคำพูดปากเปล่านะครับ 


ดังนั้นประเด็นแรก ที่ต้องดูก็คือ "รายได้" ของคุณยังไงละ


แหม..คุยไปคุยมา ชักยืดยาว


ผมขอสรุปประเด็นไว้ก่อนละกันครับ 


ก่อนจะไปกู้ซื้อบ้านสักหลังนึง สิ่งแรกที่ธนาคารเค้าจะมอง ก็คือ"รายได้" ก่อนเลยครับ


เค้าจะมองว่า...รายได้ของคุณมั่นคงมั้ย? 


มีรายได้เข้ามาเป็นประจำหรือเปล่า? แล้วคุณมีรายได้แบบนี้ต่อเนื่องมานานแค่ไหนแล้ว?


แล้วคุณมีหลักฐานอะไรบ้าง ที่มันน่าเชื่อถือมายืนยันว่า คุณมีความสามารถที่จะคืนเงินที่ยืมเค้ามาได้จริงๆ


เอกสารพวกนี้ก็ อย่างเช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน


ประกอบกับ สเตทเม้นธนาคาร ซึ่งเค้าจะดูว่าการเดินบัญชีของคุณ มันสอดคล้องกับรายได้ที่แจกแจงไว้ในเอกสารหรือไม ก็เท่านั้นเอง


เอาล่ะครับ นี่ก็คือเรื่องแรกๆที่คุณต้องรู้ ในการที่จะยื่นกู้ซื้อบ้านสักหลังนึง


บทความหน้า ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ


ว่านอกจากเรื่องรายได้แล้ว การกู้ซื้อบ้านสักหลังนึงเนี่ย เราต้องเตรียมตัวอะไรกันอีกบ้าง 


เพื่อที่จะทำให้ ธนาคารเชื่อถือเรา จนเราสามารถยื่นกู้ซื้อบ้านได้แบบ ผ่านฉลุย 100%


และถ้าคุณอยากรู้เรื่องอะไร หรือติดปัญหาด้านไหน เกี่ยวกับการกู้ซื้อบ้าน ก็พิมพ์คอมเม้นท์ไว้สอบถามเข้ามาได้เลยนะครับ 


ผมอาสาจะมาหาคำตอบแบบชัดๆ ให้เคลียร์แบบแจ่มแจ้งกันไปเลย


แล้วพบกันใหม่ ในบทความถัดไปครับ